WinningFT เมสซีซัดสี่บาร์ซารัวเออิบาร์ 6-1

WinningFT

สตาร์หมายเลข 10 กระหน่ำคนเดียวสี่ประตูช่วยอาซูลกรานาคว้าชัยเหนือเออิบาร์ พร้อมพาทีมเก็บสถิติชนะในลีก 5 นัดรวด

WinningFT ฟุตบอลลาลีก้า นัดที่ 5 ของฤดูกาล เป็นเกมนัดกลางสัปดาห์ ที่คัมป์ นู เป็นการพบกันระหว่าง บาร์เซโลนา ทีมจ่าฝูง รับการมาเยือนของ เออิบาร์ ทีมอันดับ 13

บาร์ซาเพิ่งทำสถิติชนะ 4 เกมติดต่อกันในลีก โดยเกมนี้ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ชวดใช้งาน อุสมาน เดมเบเล แนวรุกป้ายแดงที่มีอาการเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า พร้อมสลับแกนหลักผสมชุดสำรองลงสนาม ทั้งลูคัส ดีญ, ฮาเวียร์ มาสเคราโน, เซร์คิโอ บุสเกตส์ และเปาลินโญ โดยมีเคราร์ด เดวโลเฟว, เดนิส ซัวเรซ และลิโอเนล เมสซี เป็น 3 ประสาน

ทางฝั่งผู้มาเยือน ชวดใช้ 2 แดนกลางอย่าง เปโดร เลออน มิดฟิลด์จอมเก๋าที่ร่างกายยังไม่พร้อมลงเล่น เช่นเดียวกับ ฟราน รีโก้ กองกลางตัวทำเกม แต่ยังมี 3 ทีเด็ดแกนรุกอย่างทาคาชิ อินูอิ, เซร์จี้ เอ็นริช และอันเดอร์ คาปา ลุ้นล่าตาข่าย

โอกาสทักหนแรกของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 3 เมื่อเอ็นริชได้โอกาสหลุดกับดักล้ำหน้าไปดวลเดี่ยวกับแตร์-สเตเก้น แต่เจ้าตัวซัดไปติดเซฟจอมหนึบเมืองเบียร์ไม่ยาก

จากนั้นนาทีที่ 9 อินูอิได้ลองกดด้วยซ้ายในกรอบหวังเสียบมุมแคบ แต่แตร์-สเตเก้นก็ยังปฏิเสธไว้ได้

จนนาทีที่ 21 เออิบาร์ที่ตั้งโซนเกมรับเป็นอย่างดีมาเสียท่าให้เจ้าถิ่นออกนำไปก่อน เมื่อกัลเวซ แนวรับหมายเลข 3 ไปเข้าพรวดใส่เซเมโด้ และเป็นเมสซีซัดเด็ดขาดเข้าทางซ้ายชนิด ดมิโตรวิช หมดสิทธิ์ป้องกัน บาร์ซานำ 1-0

นาทีที่ 25 โอกาสบุกหนสามของทีมเยือน คราวนี้เป็นเอสคาลันเต้โขกเหน่งๆไปติดเซฟแตร์-สเตเก้นอีกครั้ง จากนั้นบาร์ซาได้สวนจากจังหวะลองปั่นนอกเขตโทษของเมสซี แต่นายทวารชาวเซิร์บของทีมเยือนยังรับติดมือ

เกมเริ่มผลัดกันบุกสนุก นาทีที่ 27 อินูอิได้ลองส่องด้านขวาของเขตโทษ แต่ปิเก้ยังมาสกัดได้ทัน

จากนั้นนาทีที่ 37 เปาลินโญโฉบโหม่งลูกเตะมุมด้านซ้ายจากการโยนของเดนิส ซัวเรซเหนือแนวรับทีมเยือน บอลพุ่งตุงตาข่ายส่งเจ้าถิ่นนำ 2-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลังนาทีที่ 53 เปาลินโญปล่อยบอลลอดขาตัวเองแถวกลางสนาม จนบอลมาเข้าทางเมสซีลากบอลจากด้านขวาเข้าเขตโทษ ก่อนปั่นหวังเสียบเสา แม้ดมิโตรวิชจะล้มปัดได้ ทว่าบอลดันมาเข้าทางเดนิส ซัวเรซ ตามซ้ำมุมแคบเข้าประตู อาซูลกรานาขยับเพิ่ม 3-0

เออิบาร์มีความหวังเล็กๆในนาทีที่ 57 เมื่อจุนก้า แบ็คซ้ายลองโยนบอลเข้าเขตโทษ และเป็นเอ็นริชได้โอกาสจิ้มบอลเสียบหน้าต่างเสาไกล และกลายเป็นประตูแรกของเจ้าตัวในซีซันนี้ ส่งต้นสังัดตีไข่แตก 1-3

หลังโดนตีไข่แตก 2 นาที เมสซีรับบอลจากบุสเกตส์ลากบอลแหวกแนวรับทีมเยือน ก่อนหาโอกาสยิงบอลเบียดเสาเข้าประตู พาเจ้าบ้านนำห่าง 4-1

นาทีที่ 62 เปาลินโญไหลให้เมสซี ก่อนที่สตาร์เลือดฟ้าขาวจะฝืนลากบอลต่อเข้าเขตโทษ และได้ซัดสวนตัวดมิโตรวิชบอลซุกก้นตาข่าย บาร์ซาขยับเพิ่ม 5-1

นาทีที่ 70 ดีญเติมเกมบุกขึ้นมา และมีเวลาเงยหน้ามองหาโอกาสส่องเน้นๆ แต่ยังยิงไปติดตัวนายทวารเออิบาร์

นาทีที่ 80 เมสซีได้โอกาสส่องฟรีคิกระยะก่อนถึงเขตโทษ ทว่าดันยิงปลิ้นออกหลังไปไกล

ท้ายเกมเออิบาร์ได้ลุ้นจากตัวสำรองอย่างเพยา แม้แนวรุกเบอร์ 11 จะได้ซัดผ่านมือแตร์-สเตเก้นไปแล้ว แต่บอลดันไปชนเสาออกแบบน่าเสียดาย

แต่เมสซีก็มาทำประตูที่สี่ของตัวเอง จากการผ่านของอเล็กซ์ วิดาล ตัวสำรองซึ่งลงมาแทนเดลโลเฟว ให้เจ้าตัววิ่งมาซัดจ่อๆ ส่งบาร์ซาหนีไปไกลถึง 6-1

เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม บาร์เซโลนาเปิดคัมป์ นูถล่มเออิบาร์ยับ 6-1 เก็บเพิ่มเป็น 15 คะแนน รั้งจ่าฝูงต่อไปอย่างเหนียวแน่น เพราะมีแต้มห่างจากรองจ่าฝูงอย่างเซบีญาถึง 5 คะแนน

WinningFT จุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์! เอเยนต์เผยเมสซีเกือบได้ซบ เรอัล มาดริด ตั้งแต่เล็ก

WinningFT

โลกลูกหนังอาจต่างจากนี้มากหากเอเยนต์ผู้เดินเรื่องนำเจ้าหนูเมสซีจากอาร์เจนตินามาสู่สเปนนั้นตัดสินใจย้ายบ้านไปอีกเมือง

WinningFT โฮราซิโอ กาจโจลี เอเยนต์ผู้ประสานงานนำตัว ลิโอเนล เมสซี มาอยู่กับบาร์เซโลนา เผยว่า เจ้าหนูเมสซีในวันนั้นเกือบจะได้ไปอยู่กับเรอัล มาดริด ทีมคู่แข่งแทนอยู่แล้ว

กาจโจลีคือเอเยนต์ของเจ้าหนูเมสซีในวัย 12 เมื่อครั้งสังกัดนีเวลส์ โอลด์ บอยส์ ที่ในตอนนั้นแม้จะมีฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม แต่ก็มีอาการฮอร์โมนเจริญเติบโตบกพร่อง และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาต่อเดือนสูงมาก ทำให้นีเวลส์ตัดสินใจไม่มอบสัญญาอาชีพพร้อมรับผิดชอบค่ารักษาให้ตามที่ครอบครัวของเมสซีร้องขอ พวกเขาจึงตัดสินใจให้กาจโจลีมองหาโอกาสอื่น ๆ ให้แทน

“ทางครอบครัวต้องการให้ผมพาเขาไปทดสอบฝีเท้ากับทีมในยุโรป ในเมืองไหนก็ได้ที่ผมอาศัยอยู่ แล้วพวกเขาก็จะติดต่อทีมนั้นไป” กาจโจลีเล่าผ่าน FIFA.com

“ตอนนั้นผมเกือบไปทำงานกับบริษัทในมาดริดแล้ว ผมจึงขอให้พวกเขารอก่อน ให้ผมไปจัดการเรื่องอนาคตตัวเองก่อน แล้วมาดูกันว่าผมจะพาไปทดสอบฝีเท้าที่ไหน ถ้าผมลงเอยไปอยู่เมืองหลวง เราก็คงไปทดสอบฝีเท้ากับเรอัล มาดริด หรือแอตเลติโก้

“ด้วยสถานการณ์ในชีวิต ผมลงเอยไปอยู่ที่บาร์เซโลนา และพาเขาไปทดสอบฝีเท้าที่บาร์ซา แต่ก็เกือบไปอยู่มาดริดแล้วจริง ๆ” กาจโจลีเล่าต่อผ่าน Globoesporte

“ชีวิตก็แบบนี้เอง รายละเอียดมันก็เป็นอย่างนี้

“ทุกวันนี้เมสซีอาจจะเป็นผู้เล่นเรอัล มาดริด ไปแล้วก็ได้ ครอบครัวเขาอยากมาสเปน มาที่เมืองที่ผมอยู่ เพื่อผมจะได้ช่วยเหลือพวกเขาได้”

เมสซีได้มาทดสอบฝีเท้ากับบาร์เซโลนาในเดือนกันยายน แต่ยังไม่เข้าตาทีมงานหลายคนในสโมสร ก่อนที่การ์ลอส เรซัช ผอ. ฟุตบอลของสโมสรในขณะนั้นได้เข้ามาดูเกมเยาวชนที่เมสซีลงเล่นด้วยตัวเองในเดือนธันวาคม และตัดสินใจรีบเซ็นสัญญากับเจ้าหนูทันทีโดยใช้กระดาษเช็ดปากไปก่อนเนื่องจากไม่มีเอกสารใด ๆ ติดตัวมา ก่อนที่เรื่องราวจะดำเนินไปอย่างที่ทุกคนในโลกฟุตบอลทราบดี

WinningFT จากลีกเอิงสู่ซูเปอร์สตาร์ : ฟรองค์ ริเบรี

จากลีกเอิงสู่ซูเปอร์สตาร์ : ฟรองค์ ริเบรี

จอมลุยที่ด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่ธรรมดาของเขาทำให้เขาขึ้นสู่ระดับท็อปของชีวิตค้าแข้งได้อย่างยอดเยี่ยม

WinningFT ฟรองค์ ริเบรี เกือบจะไม่ได้ลงเล่นในลีกเอิง จริงๆ แล้วเขาเกือบจะไม่ได้เล่นที่ไหนเลย

ชีวิตของเขาเกือบจะสิ้นสุดลง ก่อนที่จะเริ่มต้นอย่างยากลำบาก

“ปัญหาก็คือผมนั่งอยู่เบาะหลัง และผมลอยมาอยู่ด้านหน้าตอนที่ชนกัน” เขาพูดถึงเหตุการณ์รถชนที่เขาอยู่ในรถด้วยตั้งแต่ตอนอายุ 2 ขวบ

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เขาเป็นรอยแผลเย็บกว่า 100 เข็มบนศีรษะ ที่เรายังคงเห็นได้อย่างชัดเจนที่บริเวณด้านขวาบนใบหน้าของเขา เป็นสิ่งที่ติดตัวเขามาตั้งแต่ตอนนั้น เหมือนเป็นเหรียญตราแห่งความภาคภูมิใจ

Franck Ribery DFB Pokal 21052016

“ผมภูมิใจกับรอยแผลของผม มันทำให้ผมมีพลังและขับเน้นบุคลิกของผม คุณต้องมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางการล้อเลียนของพวกเด็กๆ รวมถึงสายตาจ้องมองจากพวกผู้ใหญ่” ริเบรีเล่าผ่านทาง The Football Men กับผู้เขียน Simon Kuper

“ผมถึงได้มาอยู่ตรงนี้ นี่คือใบหน้าของผม คือคนที่ใครๆ ก็รู้จักว่าผมเป็นแบบนี้ ผมมีความสุขกับใบหน้าของผม ทำไมผมจะไม่มีความสุขละ?”

“แน่นอนว่า อุบัติเหตุครั้งนั้นช่วยผม ตั้งแต่เด็กๆ มันช่วยโน้มน้าวจิตใจผม”

That motivation took him to the top of the world game, though it was anything but a smooth ride. He spent his adolescence on the back streets of Boulogne-Sur-Mer in northern France.

แรงจูงใจนั้นทำให้เขากลายเป็นระดับท็อปของโลก แม้ว่าจะผ่านอุปสรรคมากมาย โดยเฉพาะชีวิตในวัยเด็กของเขาที่ต้องอยู่ในย่านที่มีผู้คนมากมาย และต้องเล่นฟุตบอลโดยที่มีคนอื่นอยู่รอบกายเต็มไปหมด

ในช่วงวัยรุ่น เขาถูกดึงตัวไปอยู่ลีลล์ แต่โดนตัดชื่อทิ้งจากระบบเยาวชนของเขาจากความล้มเหลวในเรื่องการศึกษา

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เขาต้องเดินอ้อมไปไกลกว่าเดิมมาก แต่เขาก็ไม่ยอมรับ ริเบรีเริ่มต้นเล่นในระดับกึ่งอาชีพ และทำงานตามไซต์ก่อสร้างเพื่อชดเชยรายได้ที่หายไป ก่อนจะได้สัญญาอาชีพในที่สุดกับทีม Stade Brestois ในปี 2003.

ผลงานในลีกอาชีพเพียงฤดูกาลเดียวทำให้ทีมเมตซ์คว้าตัวเขาไปครอง ฤดูกาลแรกของเขากับเมตซ์ ได้ลงเล่นไปทั้งสิ้น 20 นัด พาทีมจบอันดับ 14 ในลีกเอิงที่เขารอคอยมาแสนนาน

ซัมเมอร์ปี 2004 เขาย้ายไปตุรกีเพื่อร่วมทัพกาลาตาซาราย และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทว่าด้วยค่าเหนื่อยที่สูงเกินไปทำให้เขาต้องกลับไปฝรั่งเศสหลังจากผ่านไปเพียง 5 เดือน และทำให้เขาต้องรออีกสักพักกว่าจะได้ขึ้นไปเล่นในระดับท็อป

FRANCK RIBERY OLYMPIQUE MARSEILLE

เขากลับไปลีกเอิงเพื่อร่วมทีมมาร์กเซย และทำให้โอแอ็มได้เข้าชิงเฟรนช์คัพสองสมัย และเป็นอันดับสองตามหลังลียงเมื่อปี 2006-07 ได้เป็นดาวรุ่งยอดเยี่ยมของลีกเอิง หลังพาฝรั่งเศสไปถึงรอบชิงเวิลด์คัพเมื่อปี 2006

Two campaigns with the club also saw him gain worldwide attention. A street footballer with no formal education in the game upon which to draw, Ribery delighted his home crowd and neutrals from around the world.

สองฤดูกาลนั้นทำให้เขาได้รับความสนใจจากทั่วโลก นักเตะจากข้างถนนที่ไม่ได้รับการศึกษาอย่างเป็นทางการกลับกลายเป็นสตาร์ดังที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก

ในที่สุด เมื่อปี 2007 บาเยิร์น มิวนิค ก็กลายเป็นทีมที่ได้ตัวแข้งยอดเยี่ยมแห่งปีของฝรั่งเศสไปครอง ด้วยค่าตัว 25 ล้านยูโร ก่อนจะคว้าแชมป์ในเยอรมันนับไม่ถ้วน รวมถึงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอีก 1 สมัยที่ตามมา

ริเบรีทำได้ในที่สุด

WinningFT แบนทีมเหยียดแข้งปาร์ติซานห้ามเล่นในบ้าน

WinningFT =

เอฟเอเซอร์เบียสั่งห้าม แรด เบลเกรด ลงเล่นในบ้านจนกระทั่งมีคำตัดสินออกมา ฐานกองเชียร์เหยียดผิวผู้เล่นปาร์ติซานในเกมลีก

WinningFT สมาคมฟุตบอลเซอร์เบียลงโทษห้าม แรด เบลเกรด ลงเล่นในบ้านไปจนกว่าคำตัดสินเรื่องแฟนบอลเหยียดผิว เอฟเวอร์ตัน ลุยซ์ ผู้เล่นปาร์ติซานจะถูกประกาศออกมา

กองเชียร์แรดส่งเสียงลิงล้อเลียนกองกลางชาวแซมบ้าตลอดการแข่งขัน หนำซ้ำยังชูป้ายที่มีข้อความเหยียดผิวโจมตีแข้งคู่แข่งอีก ทำเอานักเตะถึงกับเดินร่ำไห้ออกจากสนามจนเพื่อนร่วมทีมต้องเข้ามาช่วยปลอบ

ดังนั้นเอฟเอเซิร์บจึงสั่งลงดาบ แรด เบลเกรด เบื้องต้นด้วยการห้ามลงเล่นในสนามเหย้าของตัวเองก่อน จนกว่าบทลงโทษสุดท้ายจะถูกตัดสินออกมา

ผลการแข่งขันเกมนี้ปรากฎว่า ปาร์ติซานเป็นฝ่ายบุกมาคว้าชัยเหนือเจ้าถิ่น 1-0 จากประตูโทนของ อูรอส เยอร์เยวิช พร้อมยึดตำแหน่งรองจ่าฝูงของตารางต่อไป

WinningFT มูรินโญย้ำชัดไม่มีทางขายรูนีย์

WinningFT

เดอะ สเปเชียล วัน คอนเฟิร์ม ไม่มีทางปล่อยกัปตันทีมปีศาจแดงพ้นทีมแน่นอน แม้นั่งเป็นสำรองในเกมลีกตลอด 3 นัดที่ผ่านมา

WinningFT โชเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมจอมเฮี้ยบของแมนฯยูฯ ย้ำชัด เขาไม่มีทางขาย เวย์น รูนีย์ ออกจากทีมแน่นอน เพราะนักเตะอยู่ในสถานะที่ดีเกินกว่าจะไปถึงจุดนั้น

กัปตันทีมปีศาจแดงเริ่มตกเป็นข่าวพัวพันกับการย้ายทีม โดยล่าสุดมีรายงานว่าเขาได้รับข้อเสนอก้อนโตจากสโมสรจีนสูงถึงสัปดาห์ล่ะ 500,000 ปอนด์ หลังมีอันต้องตกเป็นตัวสำรองในลีกตลอด 3 นัดที่ผ่านมา

“ไม่ ไม่เคยเลย” นายใหญ่ชาวโปรตุกีส กล่าวผ่าน Sky Sports หลังถูกถามว่าเคยคิดว่าขายดาวยิงวัย 30 กะรัต หรือไม่

“ผมจะไม่มีวันตัดสินใจแบบนั้น(ขายรูนีย์) ความสำเร็จและประวัติศาสตร์ของนักเตะในสโมสรจะไม่มีทางไปถึงจุดที่สโมสรหรือผู้จัดการทีมต้องการตัดสินใจแบบนั้นกับเขา”

“ผมดร็อปรูนีย์เป็นตัวสำรอง 3 เกมติตต่อกัน นั่นคือเรื่องยากสำหรับเขา ยากสำหรับผม การนึกถึงประโยชน์ของทีมก่อนนักเตะ, ชื่อเสียง และ สถานะของเขา จึงเป็นเรื่องที่โหดร้ายพอแล้ว แม้แต่ผู้เล่นระดับตำนาน การดร็อปผู้เล่นที่มีสถิติมากมายกับสโมสรและทีมชาติจึงเป็นเรื่องยาก”

“แต่อย่างที่เราพูดไปก่อนหน้านี้ นี่คือธุรกิจที่ผู้นำตัดสินใจถูกบ้าง ตัดสินใจผิดบ้าง แต่ในใจเราคิดเสมอว่ามันคือการตัดสินใจที่ดีที่สุดต่อสโมสร”

WinningFT อาร์เตต้าแขวนสตั๊ดร่วมทีมสตาฟฟ์เป๊ป

WinningFT

กองกลางชาวสแปนิชประกาศแขวนสตั๊ดพร้อมเริ่มต้นบทบาทใหม่ในฐานะทีมสตาฟฟ์ของ เป๊ป กวาร์ดิโลา กุนซือคนใหม่ของเรือใบสีฟ้า

WinningFT มิเกล อาร์เตต้า มิดฟิลด์จอมเก๋าชาวสเปน ออกแถลงการณ์ยืนยัน เขาตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอลและเข้าร่วมทีมสตาฟฟ์โค้ชของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมคนใหม่ของแมนฯซิตี้

ห้องเครื่องวัย 34 กะรัต ย้ายมาเล่นกับอาร์เซนอลตั้งแต่ปี 2011 พร้อมลงช่วยทีม 149 นัด ทำได้ 16 ประตู ก่อนหมดสัญญากับสโมสรหลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา

“ผมขอยืนยันว่าผมจะย้ายออกจากอาร์เซนอลและแขวนสตั๊ดเพื่อรับตำแหน่งโค้ชของแมนฯซิตี้” อดีตกัปตันทีมไอ้ปืนใหญ่ ประกาศผ่านทางทวิตเตอร์

“ผมมีความสุขตลอดเวลา 5 ปีกับอาร์เซนอล ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นกัปตันทีมของสโมสรที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ ผมอยากขอบคุณผู้จัดการทีม, ผู้บริหาร, เพื่อนร่วมทีมทุกคน และ แฟนบอล สำหรับแรงสนับสนุนที่ยอดเยี่ยมที่ผมได้รับตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นี่”

“ผมกำลังตั้งตารอความท้าทายที่แมนฯซิตี้ โอกาสร่วมงานกับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา และ ทีมงานของเขา มันมหัศจรรย์มาก และผมรู้สึกตื่นเต้นกับอนาคตเหลือเกิน”